ทำไมเลือกถึงควรเลือกใช้วาล์วปีกผีเสื้อ (Butterfly valve) ?
วาล์วปีกผีเสื้อเป็นวาล์วที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอุตสาหกรรมต่างๆ เนื่องจากมีข้อดีหลายอย่างที่ทำให้เหมาะสมกับการใช้งานในหลากหลายสถานการณ์ ดังนี้
- โครงสร้างที่เรียบง่าย มีน้ำหนักเบา ซึ่งทำให้ติดตั้งง่าย ประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง และลดต้นทุนในการติดตั้ง
- ควบคุมการไหลได้เร็ว เพียงแค่หมุน Disc 90 องศาก็สามารถเปิดหรือปิดวาล์วได้
- มีราคาที่ค่อนข้างประหยัด โดยเมื่อเทียบกับวาล์วชนิดอื่นๆ วาล์วปีกผีเสื้อ (Butterfly valve) มักจะมีราคาที่ถูกกว่า
- ทนทานต่อการใช้งานเนื่องจากมีการผลิตจากวัสดุที่แข็งแรง ทนทานต่อการกัดกร่อนและการสึกหรอในระหว่างการทำงาน
- สามารถติดตั้งระบบควบคุมอัตโนมัติได้ ทำให้สามารถควบคุมการทำงานของวาล์วได้อย่างแม่นยำและสะดวก
ระบบการทำงานของวาล์วปีกผีเสื้อ (Butterfly Valve)
วาล์วปีกผีเสื้อ (Butterfly valve) เป็นวาล์วควบคุมการไหลชนิดหนึ่งที่ทำงานโดยการหมุนแผ่นดิสก์ (Disc) ที่มีลักษณะคล้ายปีกผีเสื้อเพื่อเปิดหรือปิดทางเดินของของไหลหรือก๊าซ เมื่อหมุนดิสก์ (Disc) ไปในทิศทางหนึ่ง ดิสก์จะขวางทางเดินของของไหล ทำให้การไหลหยุดชะงัก และเมื่อหมุนดิสก์ไปในทิศทางตรงกันข้าม ดิสก์จะเปิดให้ของไหลไหลผ่านได้
ส่วนประกอบในการทำงานของวาล์วปีกผีเสื้อ (Butteyfly valve)
1) ดิสก์ (Disc)
- ควบคุมและหรี่การไหล (Flow Control): เป็นแผ่นวงกลมที่หมุน 90 องศาเพื่อเปิดหรือปิดวาล์ว และสามารถหมุนค้างไว้ตามองศาต่างๆ เพื่อใช้ "หรี่" (Throttle) ควบคุมปริมาณของไหลได้ตามต้องการ
- การออกแบบและวัสดุ (Design & Materials): ถูกออกแบบให้ลู่ลมเพื่อลดแรงเสียดทานและแรงดันตก ส่วนวัสดุจะเลือกให้เหมาะกับสารเคมี เช่น สแตนเลส (งานทั่วไป/สะอาด), อะลูมิเนียมบรอนซ์ (น้ำทะเล) หรือเคลือบ PTFE (สารเคมีกัดกร่อน)
- รูปแบบแกนยึด (Concentric & Offset) แบบศูนย์กลาง (Concentric): ราคาประหยัด เหมาะกับงานแรงดันต่ำ แต่ขอบดิสก์จะเสียดสีกับบ่าวาล์วบ่อยทำให้สึกหรอง่าย แบบเยื้องศูนย์ (Offset): ดิสก์หลุดจากบ่าวาล์วทันทีที่เริ่มเปิด ช่วยลดการเสียดสี อายุการใช้งานยาวนาน และทนแรงดัน/อุณหภูมิสูงได้ดีกว่ามาก
เป็นส่วนประกอบหลักที่ทำหน้าที่เปิดและปิดทางเดินของของไหล มีลักษณะเป็นแผ่นกลมแบน
2) ก้าน (Stem)
- ส่งผ่านแรงบิด (Torque Transmission): ทำหน้าที่เป็นเพลารับแรงหมุนจากด้ามจับหรือหัวขับภายนอก แล้วส่งต่อไปยังแผ่นดิสก์ เพื่อให้ดิสก์หมุนเปิด-ปิด หรือหรี่วาล์วได้ตามต้องการ
- รูปแบบโครงสร้าง (Stem Design): ก้านชิ้นเดียว (One-piece): แกนยาวทะลุตลอดตัวดิสก์ แข็งแรงมาก ทนแรงบิดได้สูง เหมาะกับวาล์วขนาดใหญ่หรือแรงดันสูง ก้านสองท่อน (Split-stem): แยกเป็นก้านบนและล่างยึดหัวท้ายดิสก์ ข้อดีคือไม่ขวางทางไหล ช่วยลดแรงดันตกคร่อมได้ดี
- วัสดุและการกันรั่ว (Materials & Sealing): มักทำจากสแตนเลสแข็งพิเศษ (เช่น SUS410/316) เพื่อทนแรงบิดและกันสนิม พร้อมมีระบบซีล (Packing หรือ O-ring) ป้องกันของไหลรั่วซึมออกตามแนวก้านวาล์ว
เชื่อมต่อกับดิสก์ ทำหน้าที่หมุนดิสก์เพื่อเปิดและปิดวาล์ว
3) ตัววาล์ว (Body)
- โครงสร้างรองรับและทนแรงดัน: ทำหน้าที่เป็นเปลือกนอกที่ห่อหุ้มและยึดชิ้นส่วนภายในทั้งหมด (เช่น ลิ้นวาล์ว แกน และซีล) เอาไว้ด้วยกัน พร้อมทั้งรับแรงดันจากของไหลในท่อ
- มีรูปแบบการเชื่อมต่อ 3 ประเภทหลัก: ออกแบบมาให้เหมาะกับการติดตั้งที่ต่างกัน ได้แก่ แบบ Wafer (ประกบระว่างหน้าแปลนท่อ), แบบ Lug (มีหูร้อยน็อตยึดแยกอิสระ), และแบบ Flanged (มีหน้าแปลนในตัว)
- วัสดุเปลี่ยนไปตามการใช้งาน: มักทำจากโลหะหล่อที่มีความแข็งแรงสูง เช่น เหล็กหล่อ (Cast Iron), เหล็กเหนียว (Ductile Iron) หรือสแตนเลส (Stainless Steel) เพื่อให้ทนทานต่ออุณหภูมิ การกัดกร่อน และสารเคมีแต่ละประเภท
เป็นโครงสร้างหลักที่รองรับส่วนประกอบอื่นๆ ของวาล์ว
4) ซีล (Seal)
- หน้าที่ป้องกันการรั่วซึม: ทำหน้าที่อุดรอยต่อระหว่างตัวเรือน (Body) และแผ่นจานกั้น (Disc) เพื่อปิดกั้นไม่ให้ของไหล (น้ำ, ลม, สารเคมี) รั่วไหลผ่านไปได้เมื่อวาล์วปิดสนิท
- มี 2 ประเภทหลัก: แบ่งเป็น Soft Seat (เช่น ยาง EPDM, NBR, PTFE) เน้นปิดสนิท 100% สำหรับงานทั่วไป และ Metal Seat (โลหะ) สำหรับงานที่อุณหภูมิหรือแรงดันสูงมาก
- ต้องเลือกให้ตรงกับงาน: วัสดุของซีลต้องทนต่อสารเคมี ความร้อน และแรงเสียดทานจากการเปิด-ปิดซ้ำๆ หากเลือกไม่เหมาะกับชนิดของไหล ซีลจะบวมหรือฉีกขาดทำให้วาล์วรั่วได้ง่าย
ช่วยป้องกันการรั่วซึมของของไหลเมื่อวาล์วปิด
เปรียบเทียบการทำงาน วาล์วปีกผีเสื้อ Kistler แบบบังคับด้วยมือ (Manual) vs หัวขับลม (Pneumatic)
| หัวข้อการเปรียบเทียบ | แบบบังคับด้วยมือ (Manual) | แบบหัวขับลม (Pneumatic Actuator) |
|---|---|---|
แหล่งพลังงานในการทำงาน |
ใช้แรงงานคนในการเปิด-ปิด ผ่านการโยกด้ามหรือหมุนพวงมาลัยเกียร์ทด |
ใช้แรงดันลม (Compressed Air) เป็นตัวขับเคลื่อนกลไกภายในหัวขับ |
ความเร็วในการเปิด-ปิด |
ช้ากว่า ขึ้นอยู่กับแรงคน (โดยเฉพาะแบบเกียร์ที่ต้องหมุนหลายรอบเพื่อความนุ่มนวล) |
เปิด-ปิดได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ (ปกติใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที) |
การควบคุมระยะไกล (Remote) |
ไม่สามารถทำได้ ผู้ปฏิบัติงานต้องเดินไปปรับที่ตัววาล์วหน้างานโดยตรง |
รองรับการสั่งการระยะไกลจากห้องควบคุมผ่านระบบ PLC / SCADA ได้อย่างสมบูรณ์ |
ความแม่นยำในการหรี่ (Throttling) |
ด้ามโยกปรับล็อกได้ทีละ 10 องศา (มี 10 ตำแหน่ง) ส่วนแบบเกียร์ปรับได้ละเอียดตามรอบหมุน |
แม่นยำสูงมากเมื่อติดตั้งร่วมกับอุปกรณ์ Positioner สั่งเปิด-ปิดเป็น % ได้ละเอียด |
ข้อจำกัดด้านขนาดวาล์ว |
เหมาะกับขนาดเล็กถึงปานกลาง (หากขนาด 12 นิ้วขึ้นไป แรงบิดจะสูงมากจนคนหมุนลำบาก) |
ไร้ข้อจำกัด สามารถเลือกขนาดหัวขับลมให้เหมาะสมกับวาล์วขนาดใหญ่มากได้สบาย |
ระบบความปลอดภัย (Fail-Safe) |
ไม่มีระบบอัตโนมัติ วาล์วจะค้างอยู่ที่ตำแหน่งเดิมจนกว่าจะมีคนมาหมุนปรับ |
มีระบบ Single-Acting (Spring Return) ที่สปริงจะดันวาล์วให้ปิดสนิทหรือเปิดสุดทันทีเมื่อระบบลมตัด |
การดูแลบำรุงรักษา |
ต่ำมาก โครงสร้างไม่ซับซ้อน เพียงแค่หยอดน้ำมันหรืออัดจาระบีตามรอบ |
ปานกลาง ต้องคอยดูแลระบบกรองลม (F.R.L) แรงดันลม และซีลยางของตัวหัวขับลม |
ต้นทุนและการติดตั้ง |
ประหยัด ค่าตัววาล์วถูกกว่า ติดตั้งหน้างานเสร็จใช้งานได้ทันที |
สูงกว่า เนื่องจากต้องซื้อชุดหัวขับลมเพิ่มเติม รวมถึงต้องมีระบบท่อลมและโซลินอยด์วาล์ว |
อุตสาหกรรมที่นิยมใช้วาล์วปีกผีเสื้อ (Butterfly valve) Kistler
วาล์วปีกผีเสื้อ (butterfly valve) เป็นวาล์วที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรม เนื่องจากมีข้อดีในเรื่องของโครงสร้างที่เรียบง่าย น้ำหนักเบา และควบคุมการไหลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เหมาะกับการใช้งานในระบบท่อที่ต้องการความคล่องตัวและประสิทธิภาพสูง
วาล์วปีกผีเสื้อ (Butterfly valve) เป็นวาล์วที่ใช้งานได้หลากหลายและมีประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วยข้อดีในเรื่องของโครงสร้าง ราคาและการใช้งาน ทำให้วาล์วปีกผีเสื้อเป็นที่นิยมเลือกใช้ในการควบคุมการไหลของของเหลวและก๊าซในระบบต่างๆ ด้วยเหตุนี้วาล์วปีกผีเสื้อ (Butterfly valve) จึงถูกนำไปใช้งานในกระบวนการผลิตและระบบต่างๆ มากมาย
1) อุตสาหกรรมน้ำและบำบัดน้ำเสีย
ใช้ควบคุมการไหลของน้ำดิบ น้ำประปา หรือน้ำเสียและใช้ในการควบคุมการไหลของน้ำเสียในกระบวนการบำบัดต่างๆ
2) อุตสาหกรรมปิโตรเคมี
ใช้ควบคุมการไหลของน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และใช้ในการควบคุมการไหลของก๊าซธรรมชาติและก๊าซปิโตรเลียมเหลว
3) อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
ใช้ในการควบคุมการไหลของน้ำบริสุทธิ์และใช้ในการควบคุมการไหลของนมและผลิตภัณฑ์นม
ทั้งนี้การเลือกใช้วาล์วปีกผีเสื้อจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ชนิดของของเหลว อุณหภูมิ ความดัน และขนาดท่อ ดังนั้นควรเลือกใช้วาล์วที่มีความเหมาะสมกับการใช้งานแต่ละประเภทเพื่อให้วาล์วสามารถทำงานได้ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด
สอบถาม / สั่งซื้อสินค้า