Skip to product information
1 of 1

มอเตอร์เกียร์ Planetary Gear Variator IKO code HS280

มอเตอร์เกียร์ Planetary Gear Variator IKO code HS280

รูปสินค้าอาจไม่ตรงกับของจริง รบกวนสอบถามแอดมินเพื่อขอดูรูปเพิ่มเติม

FKT

กรุณาตรวจสอบสต็อกก่อนชำระเงิน
Regular price 27,702.40 ฿
Regular price Sale price 27,702.40 ฿
Sale Sold out

รายละเอียด มอเตอร์เกียร์ Planetary Gear Variator IKO code HS280

มอเตอร์เกียร์แบบ Planetary Gear Variator จากแบรนด์ FKT เป็นอุปกรณ์ส่งกำลังเชิงกลที่โดดเด่นด้วยระบบการปรับความเร็วรอบแบบต่อเนื่อง (Stepless Speed Variation) โดยอาศัยหลักการทำงานของชุดเกียร์ดาวเคราะห์ร่วมกับกลไกแรงเสียดทาน (Friction Drive) ทำให้ผู้ใช้งานสามารถหมุนปรับความเร็วรอบได้อย่างละเอียดแม่นยำในช่วงที่ต้องการโดยไม่ต้องหยุดการทำงานของมอเตอร์ ตัวโครงสร้างมักผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง เช่น อลูมิเนียมหรือเหล็กหล่อที่ระบายความร้อนได้ดี รองรับหน้าแปลนมาตรฐาน IEC เพื่อต่อร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าหรือเกียร์ทดชนิดอื่นได้ทันที เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความนุ่มนวลและต้องการควบคุมความเร็วให้สัมพันธ์กับกระบวนการผลิต เช่น สายพานลำเลียง เครื่องจักรบรรจุภัณฑ์ หรือเครื่องผสมสารเคมี โดยมีข้อควรระวังสำคัญคือต้องทำการปรับความเร็วในขณะที่เครื่องกำลังหมุนอยู่เท่านั้นเพื่อป้องกันความเสียหายต่อกลไกภายในชุดปรับรอบ

คุณสมบัติ

  • ประกอบด้วยลูกกลิ้งเข็มอยู่ภายในวงแหวนรอบนอกที่มีผนังหนา
  • ออกแบบมาสำหรับการหมุนของวงแหวนรอบนอก
  • มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำและสามารถรับแรงกระทำได้สูง
  • ก้าน (Stud) มีเกลียวหรือส่วนที่ลดหลั่นกันเพื่อความสะดวกในการติดตั้ง
  • มีความแข็งเกร็งและความแม่นยำสูง
  • มีรุ่นที่ผลิตจากสเตนเลสสตีล ซึ่งทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถใช้น้ำมันได้ หรือมีน้ำกระเซ็น และในห้องคลีนรูม
  • รุ่นที่มีรังรั้งลูกกลิ้ง (Caged type) จะมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำและเหมาะสำหรับการหมุนด้วยความเร็วสูง
  • รุ่นที่ใส่ลูกกลิ้งเต็ม (Full complement type) เหมาะสำหรับการรับน้ำหนักมากที่ความเร็วรอบต่ำ
  • ผิวด้านนอกของวงแหวนรอบนอกมีทั้งแบบโค้ง (Crowned) ที่ช่วยลดแรงกดที่ขอบอันเกิดจากข้อผิดพลาดในการติดตั้ง และแบบทรงกระบอก (Cylindrical) ที่มีพื้นที่สัมผัสมาก เหมาะสำหรับการรับแรงสูง
  • ออกแบบมาสำหรับการหมุนของวงแหวนรอบนอก
  • มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำและสามารถรับแรงกระทำได้สูง
  • ก้าน (Stud) มีเกลียวหรือส่วนที่ลดหลั่นกันเพื่อความสะดวกในการติดตั้ง
  • มีความแข็งเกร็งและความแม่นยำสูง
  • มีรุ่นที่ผลิตจากสเตนเลสสตีล ซึ่งทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถใช้น้ำมันได้ หรือมีน้ำกระเซ็น และในห้องคลีนรูม
  • รุ่นที่มีรังรั้งลูกกลิ้ง (Caged type) จะมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำและเหมาะสำหรับการหมุนด้วยความเร็วสูง
  • รุ่นที่ใส่ลูกกลิ้งเต็ม (Full complement type) เหมาะสำหรับการรับน้ำหนักมากที่ความเร็วรอบต่ำ
  • ผิวด้านนอกของวงแหวนรอบนอกมีทั้งแบบโค้ง (Crowned) ที่ช่วยลดแรงกดที่ขอบอันเกิดจากข้อผิดพลาดในการติดตั้ง และแบบทรงกระบอก (Cylindrical) ที่มีพื้นที่สัมผัสมาก เหมาะสำหรับการรับแรงสูง

ข้อมูลจำเพาะ

  • ประเภท (Types): มีหลายประเภท เช่น Standard Type, Eccentric Type, Solid Eccentric Stud Type, Thrust Disk Type, Easy Mounting Type, Cylindrical Roller Type, C-Lube Cam Followers, Miniature Type และ Inch series
  • วัสดุ (Materials): ผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอนสูง (High carbon steel) และสเตนเลสสตีล (Stainless steel)
  • หัวก้าน (Stud Head): รูหกเหลี่ยม (Hex Hole), รูหกเหลี่ยมคู่ (Double Hex Hole) หรือ ร่องไขควง (screwdriver slot)
  • โครงสร้างซีล (Seal structure): แบบไม่มีซีล (Shield type), แบบมีซีล (Sealed type) และแบบมีซีลกันรุน (Sealed type with ThrustDisk Seals)
  • รูปทรงของวงแหวนรอบนอก (Shape of outer ring): แบบโค้ง (Crowned outer ring) และแบบทรงกระบอก (Cylindrical outer ring)
  • อุณหภูมิการใช้งาน (Operating Temperature): โดยทั่วไปอยู่ในช่วง -20°C ถึง +120°C แต่อุณหภูมิสูงสุดที่ยอมรับได้จะแตกต่างกันไปตามรุ่น (เช่น รุ่น C-Lube ใช้ได้ระหว่าง -15°C ถึง 80°C)
  • วัสดุ (Materials): ผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอนสูง (High carbon steel) และสเตนเลสสตีล (Stainless steel)
  • หัวก้าน (Stud Head): รูหกเหลี่ยม (Hex Hole), รูหกเหลี่ยมคู่ (Double Hex Hole) หรือ ร่องไขควง (screwdriver slot)
  • โครงสร้างซีล (Seal structure): แบบไม่มีซีล (Shield type), แบบมีซีล (Sealed type) และแบบมีซีลกันรุน (Sealed type with ThrustDisk Seals)
  • รูปทรงของวงแหวนรอบนอก (Shape of outer ring): แบบโค้ง (Crowned outer ring) และแบบทรงกระบอก (Cylindrical outer ring)
  • อุณหภูมิการใช้งาน (Operating Temperature): โดยทั่วไปอยู่ในช่วง -20°C ถึง +120°C แต่อุณหภูมิสูงสุดที่ยอมรับได้จะแตกต่างกันไปตามรุ่น (เช่น รุ่น C-Lube ใช้ได้ระหว่าง -15°C ถึง 80°C)
belt
Size Foot Output Shaft Key
C E F G H I M N Z LR LS S J T W Y
200 90 140 90 13 150 53 165 120 4-12 30 35 24 M 8 7 8 27
280 110 170 125 20 185 69.5 210 155 4-12 40 50 32 M 10 8 10 35
300 140 200 160 25 233 78 260 200 4-18 50 58 38 M 12 8 10 41
300H 190 200 160 25 283 78 260 200 4-18 50 58 38 M 12 8 10 41
301 140 200 160 25 233 104 260 200 4-18 70 82 50 M 16 9 14 53.5
301H 190 200 160 25 283 104 260 200 4-18 70 82 50 M 16 9 14 53.5
303 210 300 250 35 332 128 370 305 4-22 80 95 55 M 16 10 16 59
305 210 300 250 35 332 138 370 305 4-22 90 105 60 M 20 11 18 64
307 250 365 356 45 425 175 445 436 4-28 110 130 80 PCD-55 3-M12 14 22 85
309 250 365 356 45 425 215 445 436 4-28 150 170 90 PCD-55 3-M12 14 25 95
313 280 457 470 35 503 291 560 626.5 4-28 180 200 120 PCD-70 3-M16 18 32 127

ข้อมูลทางเทคนิค

  • ขีดความสามารถในการรับแรงบิด (Output Torque Capacity) ชุดปรับรอบ FKT ถูกออกแบบมาให้รับแรงบิดได้ตั้งแต่ 1.5 Nm ไปจนถึง 118 Nm (ขึ้นอยู่กับขนาดของ Model) โดยแรงบิดจะมีค่าสูงสุดเมื่อปรับความเร็วรอบอยู่ที่ตำแหน่งต่ำสุด
  • ประสิทธิภาพการส่งกำลัง (Transmission Efficiency) มีค่าประสิทธิภาพการส่งกำลังเฉลี่ยสูงถึง 80% - 90% เนื่องจากใช้กลไกเกียร์ดาวเคราะห์ที่มีจุดสัมผัสกระจายแรงได้ดี ช่วยลดการสูญเสียพลังงานในรูปแบบความร้อนได้มากกว่าระบบปรับรอบแบบสายพาน
  • มาตรฐานการหล่อลื่น (Lubricant Specification) จำเป็นต้องใช้น้ำมันเกียร์เฉพาะทางสำหรับระบบ Variator (เช่น ISO VG32 หรือน้ำมัน Traction Oil) เพื่อสร้างแรงเสียดทานที่เหมาะสมระหว่างแผ่นจานส่งกำลัง และต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันครั้งแรกหลังการใช้งาน 500 ชั่วโมง
  • รูปแบบหน้าแปลนและการติดตั้ง (Mounting Configurations) รองรับหน้าแปลนขาเข้ามาตรฐาน IEC (B5/B14) และมีรูปแบบการติดตั้งด้านขาออกทั้งแบบ Foot-mounted (B3) และ Flange-mounted (B5) ทำให้สามารถติดตั้งได้ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน
  • อุณหภูมิขณะทำงาน (Operating Temperature) ออกแบบมาให้ทำงานได้เสถียรในอุณหภูมิแวดล้อมระหว่าง -15°C ถึง +40°C โดยอุณหภูมิของตัวเครื่องขณะทำงานสูงสุด (Working Temperature) ไม่ควรเกิน 80°C - 90°C เพื่อป้องกันความเสียหายของซีลยางและน้ำมันเกียร์

มอเตอร์เกียร์สำหรับงานหนัก ทำไมโรงงานน้ำตาลถึงเลือกใช้ Planetary?

อ่านบทความ

มอเตอร์เกียร์มีเสียงดังหรือสั่นผิดปกติ เกิดจากอะไร? แก้อย่างไร?

อ่านบทความ

View full details