ความแตกต่างระหว่าง Analog และ Digital Depth Gauge ของ Teclock: เลือกแบบไหนดี?
เกจวัดความลึก (Depth Gauge) จาก Teclock เป็นเครื่องมือวัดที่มีความแม่นยำสูงและได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรม การเลือกประเภทที่เหมาะสมระหว่างแบบเข็ม (Analog) และแบบดิจิตอล (Digital) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดข้อผิดพลาดในการวัด
| คุณสมบัติ | Dial Depth Gauge (แบบอนาล็อก/หน้าปัดเข็ม) | Digital Depth Gauge (แบบดิจิตอล) |
|---|---|---|
การอ่านค่า |
อ่านจากสเกลหน้าปัด (ต้องระวังมุมมอง Parallax Error) |
แสดงผลเป็นตัวเลขบนหน้าจอ LCD (แม่นยำ ชัดเจน 100%) |
ความละเอียด (Resolution) |
ทั่วไปอยู่ที่ 0.01 mm |
มีทั้ง 0.01 mm และ 0.001 mm |
แหล่งพลังงาน |
ระบบกลไกฟันเฟือง ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ |
ต้องใช้แบตเตอรี่ (เช่น SR44) |
การจัดการข้อมูล |
ต้องจดบันทึกค่าด้วยมือ |
รองรับช่องเสียบสาย Data Output ส่งค่าเข้าคอมพิวเตอร์ได้ |
ฟังก์ชันการใช้งาน |
มีมาร์กเกอร์ตั้งค่าขีดจำกัด (Tolerance Limit) |
มีฟังก์ชัน Zero-setting, Data hold, สลับหน่วย mm/inch |
ความทนทานต่อสภาพแวดล้อม |
ทนทาน ใช้งานง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องระบบอิเล็กทรอนิกส์รวน |
ต้องระวังความชื้นหรือฝุ่น (ยกเว้นรุ่นที่ระบุมาตรฐาน IP สูงๆ) |
แนวทางการเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับหน้างาน
- ควรเลือก Analog (แบบเข็ม) หากหน้างานของคุณคือ
- สภาพแวดล้อมในไลน์ผลิตมีความสมบุกสมบัน มีละอองน้ำมันหรือฝุ่น
- ต้องการความรวดเร็วในการกวาดสายตาดูว่าชิ้นงานอยู่ในช่วงเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ (Visual Check)
- ไม่อยากวุ่นวายกับการสต็อกและเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อต้องใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- ควรเลือก Digital (แบบดิจิตอล) หากหน้างานของคุณคือ
- ต้องการนำข้อมูลไปทำรายงานสถิติ (SPC) หรือต้องบันทึกค่าลงระบบคอมพิวเตอร์โดยตรงเพื่อลดเวลาพิมพ์
- มีพนักงานตรวจสอบ (QC) หลายคน การใช้หน้าจอดิจิตอลจะช่วยตัดปัญหา Human Error จากการอ่านสเกลพลาด
- ต้องการความละเอียดสูงถึงระดับไมครอน (0.001 mm) และต้องการความรวดเร็วในการเซ็ตศูนย์ (Zero) ในตำแหน่งอ้างอิงต่างๆ
ทำความรู้จักกับรูปแบบของหัวสัมผัส (Contact Point) และฐาน (Base) แต่ละประเภทของ Teclock
1. รูปแบบของหัวสัมผัส (Contact Point)
หัวสัมผัสคือส่วนปลายสุดที่ต้องสัมผัสกับก้นรูหรือจุดลึกสุดของชิ้นงาน Teclock มีรูปแบบหัวสัมผัสให้เลือกหลากหลายเพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดของหน้างานที่แตกต่างกัน
หัวเข็ม (Needle Point)
- ลักษณะ ปลายเรียวแหลมคล้ายเข็ม
- เหมาะสำหรับ งานวัดความลึกของร่องแคบ (Narrow Groove), รูขนาดเล็กมาก (Small Hole) หรือร่องเกลียวที่หัวสัมผัสทั่วไปไม่สามารถทะลุลงไปถึงก้นรูได้
หัวทรงกลม (Ball Point)
- ลักษณะ ปลายมนกลม (มักมีวัสดุคาร์ไบด์ที่ปลายเพื่อความทนทานต่อการสึกหรอ)
- เหมาะสำหรับ งานวัดทั่วไป ถือเป็นหัวสัมผัสมาตรฐานที่ใช้งานได้ครอบคลุม และยังเหมาะกับก้นรูที่มีลักษณะโค้งมนหรือผิวไม่ได้เรียบสนิท
หัวหน้าเรียบ (Flat Point)
- ลักษณะ ปลายตัดตรง หน้าสัมผัสแบนเรียบ
- เหมาะสำหรับ ก้นหลุมที่เป็นผิวโค้งนูน หรือชิ้นงานจำพวกบ่าและขอบ การใช้หน้าสัมผัสแบนจะช่วยให้มั่นใจว่าเกจแตะโดนจุดสูงสุดของความโค้งนูนนั้นพอดี
2. รูปแบบของฐาน (Base)
ฐาน (Base) ทำหน้าที่เป็นจุดอ้างอิง (Reference) ที่ต้องวางแนบสนิทกับผิวหน้าชิ้นงาน หากเลือกฐานไม่เหมาะสม เกจจะกระดกและทำให้ค่าที่ได้คลาดเคลื่อน
ฐานสี่เหลี่ยมผืนผ้า (Rectangular/Standard Base)
- ลักษณะ เป็นแท่งหน้าตัดสี่เหลี่ยม มีความกว้างยาวหลายขนาด
- การใช้งาน เป็นรูปแบบมาตรฐานที่ได้รับความนิยมสูงสุด ให้ความมั่นคงดีเยี่ยมเมื่อวางพาดขอบปากรูหรือร่องที่กว้าง ข้อควรระวังคือความยาวของฐานต้องยาวกว่าความกว้างของปากรูเสมอ
ฐานทรงกลม / ทรงกระบอก (Round Base)
- ลักษณะ ฐานมีลักษณะเป็นทรงกระบอกขนาดเล็ก
- การใช้งาน ออกแบบมาสำหรับวัดความลึกในพื้นที่จำกัด หรือวัดหลุมยุบที่อยู่ลึกลงไปซึ่งฐานสี่เหลี่ยมแบบปกติไม่สามารถแทรกลงไปได้
ฐานหลบ / ฐานมีรอยบาก (Cut-out Base)
- ลักษณะ ฐานที่มีการปาดมุม ดรอปสเต็ป หรือเว้าแหว่งตามสเปคพิเศษ
- การใช้งาน ใช้สำหรับหน้างานที่มีสิ่งกีดขวางอยู่บนผิวอ้างอิง เช่น มีหัวน็อต หมุด หรือบ่าทรงกระบอกนูนขึ้นมาใกล้กับบริเวณที่ต้องการวัด ฐานเว้าจะช่วยหลบสิ่งเหล่านี้ให้แนบกับผิวอ้างอิงได้สนิท
ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อใช้งาน Depth Gauge และวิธีแก้ไขเบื้องต้น
เครื่องมือวัดความแม่นยำสูงย่อมต้องการการดูแลอย่างถูกวิธี หาก Depth Gauge ของคุณมีอาการผิดปกติ ลองตรวจสอบเบื้องต้นตามคำแนะนำเหล่านี้ก่อนส่งซ่อม
1. ค่าที่วัดได้คลาดเคลื่อน ไม่แม่นยำ (Inaccurate Readings)
- สาเหตุหลัก มักเกิดจากมีฝุ่น คราบน้ำมัน หรือเศษโลหะ (Chips) ติดอยู่บริเวณใต้ฐาน (Base) หรือที่ปลายหัวสัมผัส (Contact Point) ทำให้จุดอ้างอิงผิดเพี้ยนไป หรือเกิดจากการลืมเซ็ตศูนย์ (Zero-Setting) ก่อนเริ่มงาน
- วิธีแก้ไข
- เช็ดทำความสะอาดใต้ฐานและหัวสัมผัสด้วยผ้าสะอาดที่ไม่มีขุย
- นำเกจไปวางบนแท่นระดับมาตรฐาน (Surface Plate) ที่สะอาด
- กดแกนวัดให้สุดจนฐานแนบสนิทกับแท่น แล้วทำการหมุนหน้าปัด (สำหรับ Analog) หรือกดปุ่ม Zero (สำหรับ Digital) เพื่อตั้งค่าศูนย์ใหม่ทุกครั้งก่อนเริ่มกะหรือเปลี่ยนชิ้นงาน
2. แกนวัดฝืด สะดุด หรือค้าง (Sticky Spindle)
- สาเหตุหลัก มีสิ่งสกปรกเข้าไปเกาะที่แกนสปินเดิล (Spindle) หรือผู้ใช้งานเผลอขันสกรูล็อค (Clamp Screw) แน่นเกินไปขณะทำการวัด
- วิธีแก้ไข คลายสกรูล็อคออกให้สุด ใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดแกนสปินเดิล ห้ามใช้น้ำมันหล่อลื่น จาระบี หรือน้ำยาอเนกประสงค์ (เช่น โซเน็กซ์) ฉีดเข้าที่แกนเด็ดขาด เพราะน้ำมันจะกลายเป็นตัวดักจับฝุ่นและทำให้ฝืดหนักกว่าเดิม หากเช็ดแล้วไม่หาย ควรส่งเข้าศูนย์บริการเพื่อล้างทำความสะอาดระบบกลไกภายใน
3. หน้าจอดิจิตอลรวน ตัวเลขวิ่งกระพริบ หรือหน้าจอดับ
- สาเหตุหลัก พลังงานแบตเตอรี่อ่อน (Low Battery) ขั้วแบตเตอรี่สกปรก หรือมีความชื้น/น้ำมันเล็ดลอดเข้าไปในแผงวงจร (สำหรับรุ่นที่ไม่ได้กันน้ำ IP67)
- วิธีแก้ไข
- ถอดถ่านออก (Teclock มักใช้ถ่านกระดุม SR44) ใช้คอตตอนบัดเช็ดทำความสะอาดขั้วถ่านเบาๆ แล้วเปลี่ยนถ่านก้อนใหม่
- หากหน้าจอยังรวน แสดงว่าอาจมีความชื้นสะสม ให้ถอดถ่านออกแล้วเก็บเกจไว้ในตู้กันชื้น (Dry Cabinet) ทิ้งไว้ 1-2 วัน หากอาการไม่ดีขึ้นต้องส่งเคลมหรือซ่อมบำรุง
4. ฐานเกจกระดก วางไม่แนบสนิทกับชิ้นงาน (Base Instability)
- สาเหตุหลัก เลือกความกว้างของฐาน (Base) ไม่สัมพันธ์กับขนาดของรูชิ้นงาน หรือผิวชิ้นงานมีรอยครีบ (Burrs) นูนขึ้นมา
- วิธีแก้ไข ตรวจสอบให้แน่ใจว่าความกว้างของฐานยาวกว่าขนาดความกว้างของรูหรือร่องเสมอ หากผิวหน้างานมีหัวน็อตหรือบ่ากีดขวาง ควรพิจารณาเปลี่ยนไปใช้ฐานแบบเว้า (Cut-out Base) แทน
สอบถาม / สั่งซื้อสินค้า