ข้ามไปยังข้อมูลสินค้า
1 จาก 1

มอเตอร์เบรค Brake Motors FKT code 80

มอเตอร์เบรค Brake Motors FKT code 80

รูปสินค้าอาจไม่ตรงกับของจริง รบกวนสอบถามแอดมินเพื่อขอดูรูปเพิ่มเติม

FKT

กรุณาตรวจสอบสต็อกก่อนชำระเงิน
ราคาปกติ 11,686.40 ฿
ราคาปกติ ราคาโปรโมชัน 11,686.40 ฿
ลดราคา ขายหมดแล้ว

รายละเอียด มอเตอร์เบรค Brake Motors FKT code 80

มอเตอร์เบรคคือการรวมกันของมอเตอร์เหนี่ยวนำและเบรคแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Brake) เข้าเป็นชุดเดียวกัน เพื่อทำหน้าที่หยุดการหมุนของเพลาทันทีเมื่อมีการตัดกระแสไฟฟ้า โดยโครงสร้างหลักประกอบด้วยชุดจานเบรค (Brake Disc) และขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้า (Solenoid) ซึ่งทำงานในสภาวะ "Fail-safe" คือเบรคจะจับยึดเพลาไว้ด้วยแรงสปริงเสมอในสภาวะปกติ และจะคลายตัวออกด้วยแรงแม่เหล็กเมื่อได้รับกระแสไฟฟ้าเท่านั้น การออกแบบในลักษณะนี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดในการควบคุมเครื่องจักรที่ต้องการความแม่นยำในการหยุดตำแหน่ง (Positioning) หรือป้องกันการไหลของโหลดในแนวดิ่ง เช่น ระบบรอกไฟฟ้า (Hoists), สายพานลำเลียง (Conveyor belts) และเครื่องจักรในงานอุตสาหกรรมที่ต้องมีการเริ่มและหยุดเดินเครื่องบ่อยครั้ง

คุณสมบัติ

  • ระบบหยุดการทำงานแบบทันที (Rapid Braking) มีความสามารถในการหยุดการหมุนของเพลามอเตอร์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยลดระยะการไถล (Coast down time) ให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในงานที่ต้องกำหนดตำแหน่งที่แน่นอน
  • การทำงานแบบ Fail-safe (Power-off Brake) เป็นคุณสมบัติเชิงความปลอดภัยที่สำคัญที่สุด โดยเบรคจะจับล็อคทันทีเมื่อไม่มีกระแสไฟฟ้าจ่ายเข้าขดลวด (เช่น ไฟดับ หรือการกดหยุดฉุกเฉิน) เพื่อป้องกันโหลดไหลหรือร่วงหล่น
  • รองรับการทำงานแบบ Start-Stop ถี่สูง (Frequent Duty Cycle) โครงสร้างและวัสดุภายในถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อความร้อนสะสมที่เกิดจากการเริ่มและหยุดเครื่องบ่อยๆ ได้ดีกว่ามอเตอร์ทั่วไป
  • มีคันโยกปลดเบรคด้วยมือ (Manual Release) มอเตอร์เบรคส่วนใหญ่จะออกแบบมาพร้อมคันโยก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถคลายเบรคได้ด้วยตัวเองในกรณีที่ไฟฟ้าขัดข้อง เพื่อหมุนเพลาหรือเคลื่อนย้ายเครื่องจักรในสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • ปรับตั้งแรงบิดได้ (Adjustable Braking Torque) ในหลายรุ่นสามารถปรับความตึงของสปริงเพื่อให้ได้แรงบิดในการเบรค (Braking Torque) ตามความเหมาะสมของหน้างาน ไม่ให้หยุดกะทันหันจนเครื่องจักรเกิดแรงกระชากมากเกินไป
  • โครงสร้างกะทัดรัด (Compact Design) มักจะออกแบบให้ชุดเบรคติดตั้งอยู่ที่ส่วนท้ายของมอเตอร์ (Non-drive end) ทำให้มีขนาดไม่ใหญ่กว่ามอเตอร์มาตรฐานมากนัก ประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง

ข้อมูลจำเพาะ

  • แรงบิดเบรค (Braking Torque) ระบุหน่วยเป็นนิวตันเมตร (Nm) ซึ่งเป็นค่าแรงที่ชุดเบรคสามารถจับเพลาให้หยุดอยู่กับที่ได้ โดยทั่วไปจะออกแบบให้มีค่าสูงกว่าแรงบิดปกติของมอเตอร์ประมาณ 1.5 - 2.5 เท่า
  • แรงดันไฟฟ้าของคอยล์เบรค (Brake Coil Voltage) ชุดเบรคอาจใช้แรงดันไฟฟ้าที่แตกต่างจากตัวมอเตอร์ เช่น มอเตอร์ใช้ไฟ 380V AC แต่คอยล์เบรคอาจใช้ไฟ 220V AC หรือ 90V - 100V DC (โดยผ่านชุด Rectifier)
  • เวลาในการตอบสนอง (Response Time) แบ่งเป็นค่า t1 (Brake Engagement Time) คือเวลาที่ใช้ในการหยุด และ t2 (Brake Release Time) คือเวลาที่ใช้ในการคลายเบรคหลังจากจ่ายไฟ ซึ่งมักวัดเป็นหน่วยมิลลิวินาที (ms)
  • ระยะห่างของแผ่นเบรค (Air Gap / Slack) คือระยะห่างระหว่างจานเบรคกับแม่เหล็กไฟฟ้าในขณะที่เบรคทำงาน ซึ่งต้องมีการตรวจสอบและปรับตั้งให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (เช่น 0.2 - 0.5 มม.) เพื่อให้เบรคทำงานได้แม่นยำ
  • ค่าระดับการป้องกัน (IP Protection) ระบุมาตรฐานการป้องกันฝุ่นและน้ำ เช่น IP54 หรือ IP55 เพื่อให้มั่นใจว่าเศษฝุ่นจากการสึกหรอของผ้าเบรคจะไม่หลุดรอดออกมา และสิ่งสกปรกภายนอกจะไม่เข้าไปทำให้เบรคติดขัด
  • อายุการใช้งานของผ้าเบรค (Brake Lining Life) ระบุถึงความทนทานของวัสดุเสียดทาน มักบอกเป็นจำนวนครั้งในการสับเปลี่ยนเบรคก่อนที่จะต้องมีการซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนแผ่นใหม่
  • มาตรฐานการระบายความร้อน (Cooling Method) เนื่องจากเบรคทำให้เกิดความร้อนสูง Specifications จะระบุวิธีการระบายความร้อน เช่น เป็นแบบพัดลมในตัว (Self-cooled) หรือแบบแยกชุดระบายความร้อน (Force-cooled)
belt
Output(HP) FOOT MOUNTED (AEEF series) DIMENSIONS Output shaft dimensions KG.
4P 6P Frame
No.
A AA AB AC AD AE B BB C H HA HC HD HE K KK LK LE Bearings
Load Side Anti-load Side
1/4 - 63 100 28.0 120 144 115 88 80 100 40 63 8.0 135 - 28 7 22 294 78 6201ZZ 6201ZZ 9
1/2 1/4 71 112 35.5 140 162 125 98 90 115 45 71 8.0 152 - 53 7 22 329 86 6202ZZ 6202ZZ 12
1 1/2 80 125 35.5 155 177 137 107 100 130 50 80 9.0 168 - 55 10 22 362 93 6204ZZ 6203ZZ 16
2 1 90L 140 35.5 170 200 150 120 125 150 56 90 10.0 190 - 65 10 22 417 104 6205ZZ 6204ZZ 25
3 2 100L 160 45.0 195 219 173 140 140 175 63 100 12.5 - 243 70 12 28 463 109 6206ZZ 6205ZZ 30
5 3 112M 190 45.0 224 238 182 149 140 175 70 112 14.0 - 265 82 12 28 487 118 6306ZZ 6305ZZ 45
7 5 132S 216 45.0 250 273 218 175 140 185 89 132 16.0 - 310 83 12 35 574 149 6308ZZ 6306ZZ 65
10 7 132M 216 45.0 250 273 218 175 178 212 89 132 16.0 - 310 83 12 35 624 149 6308ZZ 6306ZZ 75
15 10 160M 254 50.0 300 334 256 213 210 250 108 160 18.0 - 377 108 14.5 35 754 194 6309ZZ 6307ZZ 120
20 15 160L 254 50.0 300 334 256 213 254 300 108 160 18.0 - 377 108 14.5 35 798 194 6309ZZ 6307ZZ 140
- 180M 279 75.0 355 382 301 245 241 297 121 180 20.0 - 421 119 14.5 52 967 206 6311ZZC3 6301ZZC3 185
25,30 20 180M 279 75.0 355 382 301 245 241 297 121 180 20.0 - 421 119 14.5 52 967 206 6311ZZC3 6310ZZC3 230

ข้อมูลทางเทคนิค

  • รอบการทำงาน (Duty Cycle S1–S10) ระบุรูปแบบการใช้งาน เช่น S3 (ทำงานเป็นช่วง) เพื่อบอกว่าใช้งานต่อเนื่องได้แค่ไหน เพราะการเบรคบ่อยทำให้เกิดความร้อนสะสม
  • แรงดันและวงจร Rectifier เบรคส่วนใหญ่ใช้คอยล์ DC จึงต้องมีตัวแปลงไฟ เช่น Half-wave แรงดันต่ำ ตอบสนองช้ากว่า Full-wave แรงดันสูง ตอบสนองเร็วกว่า
  • โมเมนต์ความเฉื่อย (Inertia) ค่าความหน่วงของการหมุน มีผลโดยตรงต่อความเร็วในการหยุดและการเลือกขนาดมอเตอร์
  • ความสามารถรับความร้อนจากการเบรค ระบุพลังงานความร้อนที่เบรครับได้ต่อครั้ง และสะสมรวมก่อนผ้าเบรคสึก
  • ชั้นฉนวน (Insulation Class) มักเป็น Class F หรือ H เพื่อรองรับอุณหภูมิสูงจากความร้อนสะสม
  • ระยะเคลื่อนที่อาร์เมเจอร์ (Armature Stroke)ระยะการขยับของชุดเบรค ต้องอยู่ในค่าที่กำหนดเพื่อให้ทำงานปกติ
  • การต่อสาย (Terminal Connection) แบบแยกไฟอิสระ ควบคุมได้ยืดหยุ่น แบบต่อร่วมมอเตอร์ ติดตั้งง่าย แต่ควบคุมได้น้อยกว่า

ความแตกต่างระหว่าง มอเตอร์ธรรมดา VS มอเตอร์เบรค ควรเลือกใช้ประเภทไหนดีกว่ากัน?

อ่านบทความ

มอเตอร์เบรค คืออะไร? เจาะลึกการทำงานและส่วนประกอบหลัก

อ่านบทความ

ดูรายละเอียดทั้งหมด