ปั๊ม (Pump) คืออะไร มีกี่ประเภท และหลักการทำงานของปั๊ม

Optimum belt

ปั๊ม (Pump) คืออะไร มีกี่ประเภท

ปั๊มเป็น อุปกรณ์เครื่องกลที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายของเหลวหรือแก๊สจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยอาศัยแรงกลหรือพลังงานกล เช่น การหมุนของมอเตอร์ หรือการเคลื่อนที่แบบลูกสูบ แปลงเป็นพลังงานความดันและพลังงานจลน์ของของไหล ปั๊มมีบทบาทสำคัญในหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นน้ำประปา ระบบทำความเย็น ระบบปรับอากาศ โรงงานอุตสาหกรรมเคมี ปิโตรเคมี โรงไฟฟ้า หรือแม้แต่ระบบเกษตรและน้ำเสีย

ปั๊มช่วยแก้ปัญหาการเคลื่อนที่ของของเหลวที่ไหลด้วยแรงโน้มถ่วงเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ทำให้สามารถส่งของเหลวไปยังพื้นที่ที่สูง หรือเคลื่อนที่ไปในระยะทางไกลได้ และยังสามารถสร้างแรงดันสูงเพื่อการใช้งานเฉพาะ เช่น การฉีดพ่นสารเคมีหรือระบบไฮดรอลิก

ประเภทของปั๊ม

ปั๊ม (PUMP)

1. Centrifugal Pump (ปั๊มหอยโข่ง)

ใช้หลักการแรงเหวี่ยงจากใบพัดในการดันน้ำออกไป เหมาะกับของเหลวทั่วไปที่ไม่หนืด เช่น น้ำสะอาด น้ำหล่อเย็น และน้ำประปา จุดเด่นคือสามารถส่งน้ำปริมาณมากได้อย่างต่อเนื่อง โครงสร้างไม่ซับซ้อนและบำรุงรักษาง่าย แต่ไม่เหมาะกับของเหลวหนืดหรือสารกัดกร่อนรุนแรง

ปั๊ม (PUMP)

2. Multi-stage Pump (ปั๊มหลายใบพัด)

เป็นปั๊มหอยโข่งที่ใช้ใบพัดหลายขั้นต่อกัน ทำให้สร้างแรงดันสูงกว่าปั๊มใบพัดเดียว เหมาะกับงานที่ต้องการส่งน้ำไปในระยะไกลหรือระดับความสูงมาก เช่น โรงงานไฟฟ้า ระบบหมุนเวียนน้ำเย็น และระบบชลประทานขนาดใหญ่ แม้มีแรงดันสูงแต่โครงสร้างซับซ้อนและขนาดใหญ่กว่าแบบปกติ

ปั๊ม (PUMP)

3. Gear Pump (ปั๊มเฟือง)

อาศัยเฟืองสองตัวหมุนเข้าหากันเพื่อดูดและส่งของเหลว เหมาะกับน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น และของเหลวที่มีความหนืดปานกลาง ข้อดีคือมีขนาดกะทัดรัดและส่งของเหลวได้สม่ำเสมอ แต่แรงดันไม่สูงมากและไม่เหมาะกับสารกัดกร่อนหรือของเหลวที่มีอนุภาคแข็ง

ปั๊ม (PUMP)

4. Screw Pump (ปั๊มสกรู)

ใช้สกรูหมุนเคลื่อนของเหลวไปตามแนวเกลียว เหมาะกับของเหลวหนืดสูง เช่น น้ำมันหนัก น้ำมันดิบ หรือของเสียที่มีความหนืด ข้อดีคือของเหลวไหลนิ่ม สม่ำเสมอ และลดแรงสั่นสะเทือน แต่ราคาสูงและมีโครงสร้างซับซ้อนกว่าแบบเฟือง

ปั๊ม (PUMP)

5. Diaphragm Pump (ปั๊มไดอะแฟรม)

ทำงานโดยการยืดและหดตัวของแผ่นไดอะแฟรม เพื่อดันของเหลวเข้าและออก เหมาะกับการสูบสารเคมีรุนแรง ของเหลวกัดกร่อน หรือของเหลวที่ต้องการความสะอาดสูง ข้อดีคือไม่มีซีลที่สัมผัสของเหลว ทำให้ป้องกันการรั่วได้ดีมาก แต่การไหลจะไม่ต่อเนื่อง และแรงดันไม่สูงมาก

ปั๊ม (PUMP)

6. Peristaltic Pump (ปั๊มลูกกลิ้ง / บีบท่อ)

ทำงานโดยใช้ลูกกลิ้งบีบและปล่อยท่อที่มีของเหลวไหลผ่าน ทำให้ของเหลวเคลื่อนที่ไปตามท่อโดยไม่สัมผัสกับตัวปั๊ม เหมาะกับงานที่ต้องการความสะอาด เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ยา และสารเคมีบอบบาง ข้อดีคือปลอดภัยต่อของเหลว แต่ข้อเสียคือท่อสึกหรอเร็ว และแรงดันไม่สูง

ปั๊ม (PUMP)

7. Slurry Pump (ปั๊มข้น)

ออกแบบพิเศษสำหรับสูบของเหลวที่มีส่วนผสมของแข็งหรือของหนืดมาก เช่น ปูนซีเมนต์ น้ำโคลน น้ำตาลหนืด หรือของเสียอุตสาหกรรม ข้อดีคือทนทานต่อการสึกกร่อนและกัดกร่อน แต่ราคาสูงและมีขนาดใหญ่ มักใช้ในโรงงานปูนซีเมนต์ เหมืองแร่ และระบบบำบัดน้ำเสีย


ปั๊ม (Pump) มีหลายประเภทตามการใช้งาน เช่น Centrifugal Pump สำหรับน้ำปริมาณมาก, Multi-stage Pump สำหรับแรงดันสูง, Gear Pump และ Screw Pump สำหรับของเหลวหนืด, Diaphragm Pump และ Peristaltic Pump สำหรับสารเคมีหรือของเหลวที่ต้องการความสะอาด และ Slurry Pump สำหรับของเหลวผสมของแข็ง โดยแต่ละชนิดออกแบบมาให้เหมาะกับงานเฉพาะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งาน



หลักการทำงานของปั๊ม (Pump Working Principle)

ปั๊มทำงานโดย แปลงพลังงานกล (Mechanical Energy) เป็นพลังงานของของเหลว เพื่อเคลื่อนย้ายของเหลวจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง หลักการทำงานพื้นฐานแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก

1. การดูดของเหลวเข้าสู่ปั๊ม (Suction)

  • ของเหลวจะถูกดึงเข้าสู่ช่องภายในปั๊ม
  • เกิดจาก แรงดูด (Vacuum / Low Pressure) ภายในตัวปั๊ม ทำให้ของเหลวไหลเข้าสู่ตัวปั๊ม
  • ตัวอย่าง :
    • ใน ปั๊มแรงเหวี่ยง ใบพัดหมุนจะดูดน้ำเข้าสู่ศูนย์กลางของใบพัด
    • ใน ปั๊มลูกสูบ ลูกสูบเคลื่อนตัวออก (Pull Back) ทำให้เกิดช่องว่างและดูดของเหลวเข้าสู่กระบอกสูบ

2. การเพิ่มพลังงานให้กับของเหลว (Energy Conversion / Pressurization)

  • ปั๊มจะเปลี่ยน พลังงานกลจากมอเตอร์หรือเครื่องจักร เป็นพลังงานจลน์และพลังงานความดันของของเหลว
  • หลักการขึ้นอยู่กับประเภทของปั๊ม :
    • Centrifugal Pump ใบพัดหมุนสร้างแรงเหวี่ยง ผลักของเหลวออกจากศูนย์กลางไปขอบใบพัด ทำให้แรงดันเพิ่ม
    • Positive Displacement Pump ลูกสูบ, เฟือง หรือไดอะแฟรม ดันของเหลวออกทีละปริมาตร ทำให้ได้แรงดันสูง

3. การส่งของเหลวออกจากปั๊ม (Discharge)

  • ของเหลวถูกดันออกจากปั๊มไปยังท่อหรืออุปกรณ์ปลายทาง
  • เกิดจาก แรงดูด (Vacuum / Low Pressure) ภายในตัวปั๊ม ทำให้ของเหลวไหลเข้าสู่ตัวปั๊ม
  • ปั๊มแรงเหวี่ยง การส่งออกเป็นแบบต่อเนื่อง
  • ปั๊มปริมาตรคงที่ การส่งออกเป็นจังหวะ (Pulsating Flow)
  • ปริมาณและแรงดันของของเหลวขึ้นอยู่กับ:
    • ความเร็วรอบของปั๊ม
    • ขนาดใบพัด/กระบอกสูบ
    • ความหนืดของของเหลว

ตารางสรุปประเภทปั๊ม

ประเภทปั๊ม หลักการทำงาน ลักษณะการไหล ข้อดี ข้อจำกัด การใช้งานตัวอย่าง

Centrifugal Pump (ปั๊มหอยโข่ง)

ใช้ใบพัดหมุนสร้างแรงเหวี่ยง ผลักของเหลวออกจากศูนย์กลางไปขอบใบพัด

ไหลต่อเนื่อง

  • ปริมาณน้ำมาก
  • โครงสร้างเรียบง่าย
  • บำรุงรักษาง่าย
  • แรงดันจำกัด
  • ไม่เหมาะกับของเหลวหนืดมาก

ระบบน้ำประปา, ระบบระบายความร้อน, ชลประทาน

Multi-stage Pump (ปั๊มหลายใบพัด)

ใบพัดหลายขั้นเพิ่มแรงดันของเหลว

ไหลต่อเนื่อง

  • สร้างแรงดันสูงได้
  • เหมาะกับน้ำไหลไกล
  • ขนาดใหญ่
  • โครงสร้างซับซ้อน

การส่งน้ำแรงดันสูง, โรงงานไฟฟ้า, ระบบหมุนเวียนน้ำเย็น

Gear Pump (ปั๊มเฟือง)

เฟืองสองตัวหมุนดูดและส่งของเหลว

ไหลต่อเนื่อง

  • ส่งน้ำมันและของเหลวหนืดได้ดี
  • ขนาดกะทัดรัด
  • แรงดันจำกัด
  • ไม่เหมาะกับสารกัดกร่อน

น้ำมันหล่อลื่น, น้ำมันเชื้อเพลิง, เคมีบางชนิด

Screw Pump (ปั๊มสกรู)

ใช้สกรูหมุนเคลื่อนของเหลว

ไหลต่อเนื่อง

  • ของเหลวหนืดสูง
  • ลดแรงสั่นสะเทือน
  • ราคาสูง
  • ซับซ้อน

น้ำมัน, น้ำมันหนัก, น้ำเสียหนืด

Diaphragm Pump (ปั๊มไดอะแฟรม)

ไดอะแฟรมยืด-หด ผลักของเหลว

ไหลเป็นจังหวะ

  • ปลอดภัยกับสารกัดกร่อน
  • ไม่มีซีลสัมผัสโดยตรงกับของเหลว
  • ไหลไม่ต่อเนื่อง
  • แรงดันจำกัด

สารเคมีรุนแรง, อาหารและยา, สารละลายกัดกร่อน

Peristaltic Pump (ปั๊มลูกกลิ้ง / บีบท่อ)

ลูกกลิ้งบีบท่อทำให้ของเหลวเคลื่อนที่

ไหลต่อเนื่อง

  • ไม่สัมผัสของเหลวโดยตรง
  • ปลอดภัยกับของบอบบาง
  • แรงดันจำกัด
  • ท่อสึกหรอเร็ว

อุตสาหกรรมอาหารและยา, สารเคมีบอบบาง, น้ำเสีย

Slurry Pump (ปั๊มข้น)

ส่งของเหลวที่มีแข็งหรือหนืดสูง ใช้ใบพัดหรือสกรูพิเศษ

ไหลต่อเนื่อง

  • ทนต่อการกัดกร่อน
  • ส่งของแข็งผสมได้
  • ราคาสูง
  • ขนาดใหญ่

โรงงานปูนซีเมนต์, การจัดการน้ำเสีย, ของเหลวหนืดมีแข็งผสม


ปั๊ม (Pump) คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายของเหลวจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยอาศัยพลังงานกลหรือพลังงานอื่น ๆ มีหลายประเภทตามหลักการทำงานและการใช้งาน เช่น Centrifugal Pump ที่ใช้แรงเหวี่ยงส่งของเหลวในปริมาณมาก, Multi-stage Pump สำหรับสร้างแรงดันสูงและส่งน้ำระยะไกล, Gear Pump และ Screw Pump ที่เหมาะกับของเหลวหนืดหรือน้ำมัน, Diaphragm Pump และ Peristaltic Pump สำหรับของเหลวที่ต้องการความสะอาดหรือมีฤทธิ์กัดกร่อน และ Slurry Pump สำหรับสูบของเหลวที่มีตะกอนหรือของแข็งผสม โดยแต่ละชนิดถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานอุตสาหกรรมและการใช้งานที่แตกต่างกัน การเลือกปั๊มที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพ ความทนทาน และความปลอดภัยของระบบ


หากสนใจในการสั่งชื้อ ปั๊ม (PUMP) สามารถเช็คราคาล่าสุดที่ตรงใจและตรงต่อการนำไปใช้งานคุ้มค่ากับงบประมาณโดยการแอดไลน์ได้ที่นี่เลย @northpower หรือ คลิกสอบถามแอดมิน ที่คอยบริการให้ข้อมูลสินค้าช่วยเทียบสเปคสินค้าตั้งแต่ 8:00 - 17:00 แอดได้เลย อย่ารอช้า