ท่อร้อยสายไฟคืออะไร? ประเภทและการใช้งานพื้นฐาน พร้อมวิธีเลือกขนาดท่อร้อยสายไฟ

ท่อร้อยสายไฟคืออะไร

ท่อร้อยสายไฟ คืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับบรรจุและป้องกันสายไฟฟ้า สายสื่อสาร หรือสายควบคุมต่างๆ ให้ถูกจัดระเบียบและปลอดภัยจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมหรือการใช้งานใน ระยะยาว ท่อร้อยสายไฟถือเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญมากในงานระบบไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น อาคารที่อยู่อาศัย โรงงานอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ หรือโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น โรง ไฟฟ้า และสถานีควบคุมระบบต่าง ๆ

ความสำคัญของท่อร้อยสายไฟในระบบไฟฟ้า

ในงานระบบไฟฟ้าการเดินสายไฟโดยไม่มีท่อร้อยสายไฟถือว่ามีความเสี่ยงสูงสายไฟอาจเสื่อมสภาพ เร็วจากความร้อน ความชื้น หรือแรงกดทับ เมื่อฉนวนสายไฟชำรุด อาจทำให้เกิดไฟฟ้ารั่ว ไฟฟ้าดูด หรือไฟไหม้ได้ท่อร้อยสายไฟจึงทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันชั้นแรกที่ช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของสาย ไฟและลดอุบัติเหตุทางไฟฟ้านอกจากนี้ท่อร้อยสายไฟยังช่วยให้การติดตั้งเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานทางไฟฟ้า เช่น มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย หรือมาตรฐานสากลต่าง ๆ ซึ่งมักกำหนดให้การเดินสายไฟต้องมีการป้องกันที่เหมาะสม

ท่อร้อยสายไฟ

ประเภทของท่อร้อยสายไฟและการใช้งานพื้นฐาน

ท่อร้อยสายไฟพีวีซี (PVC Conduit)

ท่อร้อยสายไฟพีวีซี (PVC Conduit)

ท่อพีวีซีเป็นท่อร้อยสายไฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในงาน ไฟฟ้าทั่วไป ผลิตจากพลาสติกพีวีซี มีน้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม และติดตั้งง่าย

เหมาะสำหรับงานเดินสายไฟภายในอาคาร เช่น บ้านพักอาศัย คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน และอาคารพาณิชย์ มักใช้ ฝังในผนัง ฝ้าเพดาน หรือฝังใต้พื้นคอนกรีต ใช้งานได้ดีใน พื้นที่แห้งหรือมีความชื้นไม่สูง

ท่อร้อยสายไฟโลหะบาง (EMT – Electrical Metallic Tubing)

ท่อร้อยสายไฟโลหะบาง (EMT – Electrical Metallic Tubing)

ท่อ EMT เป็นท่อโลหะผนังบาง ทำจากเหล็กชุบสังกะสี มี ความแข็งแรงมากกว่าท่อพีวีซี แต่ยังคงติดตั้งได้ง่าย

เหมาะสำหรับงานเดินลอยภายในอาคาร โรงงาน และอาคาร พาณิชย์ ใช้ในพื้นที่ที่ต้องการความแข็งแรงและความเป็นระ เบียบ เช่น โรงงานผลิต ห้องเครื่อง ห้องไฟฟ้า

ท่อร้อยสายไฟโลหะหนา (IMC และ RSC)

ท่อร้อยสายไฟโลหะหนา (IMC และ RSC)

ท่อโลหะหนาเป็นท่อที่มีความแข็งแรงสูงกว่าท่อ EMT เหมาะกับงานที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูง

ใช้ในงานอุตสาหกรรมหนัก งานกลางแจ้ง หรือพื้นที่ที่มี ความเสี่ยงสูงต่อแรงกระแทก ความร้อน หรือสภาพแวด ล้อมรุนแรง เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า ลานจอด รถ และพื้นที่กลางแจ้ง

ท่อร้อยสายไฟอ่อน (Flexible Conduit)

ท่อร้อยสายไฟอ่อน (Flexible Conduit)

ท่ออ่อนสามารถโค้งงอได้ง่าย มีทั้งแบบโลหะและแบบพลาส ติก

ใช้ในจุดที่ต้องมีการเคลื่อนไหว การสั่นสะเทือน หรือการโค้ง งอ เช่น บริเวณเครื่องจักร มอเตอร์ ปั๊ม หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า ที่ต้องมีการเปิด–ปิดหรือเคลื่อนย้าย

ท่อร้อยสายไฟลูกฟูก (Corrugated Conduit)

ท่อร้อยสายไฟลูกฟูก (Corrugated Conduit)

ท่อลูกฟูกมักทำจากพลาสติก มีลักษณะเป็นร่อง สามารถโค้ง งอได้ในระดับหนึ่ง

นิยมใช้ในงานเดินสายภายในผนัง ฝ้า หรือพื้น โดยเฉพาะงาน ที่ต้องการความรวดเร็วในการติดตั้ง เช่น งานระบบสื่อสาร งานไฟฟ้ากระแสอ่อน

 ท่อร้อยสายไฟกันน้ำ (Liquid-tight Conduit)

ท่อร้อยสายไฟกันน้ำ (Liquid-tight Conduit)

เป็นท่ออ่อนชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติกันน้ำและความชื้นได้ดี

เหมาะสำหรับพื้นที่เปียกชื้นหรือกลางแจ้ง เช่น โรงงาน อาหารพื้นที่ล้างทำความสะอาด เครื่องจักรกลางแจ้ง และบริเวณที่มีน้ำหรือไอน้ำ



วิธีเลือกขนาดท่อร้อยสายไฟให้เหมาะสมและปลอดภัย

การเลือกขนาดท่อร้อยสายไฟที่ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมีผลโดยตรงต่อความปลอดภัย การระบายความร้อน และความสะดวกในการติดตั้งโดยหลักการพิจารณามีดังนี้

  • พิจารณาจำนวนสายไฟที่ต้องร้อย
  • พิจารณาขนาดหน้าตัดของสายไฟ (sq.mm.)
  • คำนึงถึงอัตราการบรรจุสายไฟในท่อ (Conduit Fill)
  • เผื่อพื้นที่สำหรับการเพิ่มสายไฟในอนาคต
  • พิจารณาประเภทของท่อร้อยสายไฟ
  • ลักษณะการเดินท่อและความยาว
  • สภาพแวดล้อมในการติดตั้ง
  • อ้างอิงมาตรฐานงานไฟฟ้า

ข้อควรระวังในการใช้งานท่อร้อยสายไฟ

1. ห้ามเลือกขนาดท่อเล็กเกินไป

2. ไม่ควรบรรจุสายไฟเต็มท่อ

3. หลีกเลี่ยงการดัดท่อโค้งเกินมาตรฐาน

4. ต้องยึดท่อให้แน่นหนา

5. ระวังขอบท่อคมบาดสายไฟ

6. ท่อโลหะต้องต่อสายดิน

7. เลือกชนิดท่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม

8. ห้ามใช้ท่อร้อยสายไฟแทนโครงสร้างรับน้ำหนัก

9. ตรวจสอบการต่อท่อและข้อต่อให้แน่น

10. คำนึงถึงการซ่อมบำรุงในอนาคต

11. ปฏิบัติตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า

ท่อร้อยสายไฟ

ปัญหาที่พบบ่อยในการเดินท่อร้อยสายไฟ

  • เลือกขนาดท่อร้อยสายไฟเล็กเกินไป
  • บรรจุสายไฟในท่อมากเกินกำหนด
  • เดินท่อโค้งงอมากเกินไป
  • ใช้ชนิดท่อไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อม
  • ยึดท่อไม่แน่นหรือยึดไม่เป็นระยะ
  • ไม่ใส่บูชหรือป้องกันขอบท่อ
  • ไม่ต่อสายดินในท่อโลหะ
  • เดินท่อยาวเกินไปโดยไม่มีจุดพักสาย
  • ต่อข้อต่อไม่แน่นหรือไม่ได้ซีลกันน้ำ
  • ไม่เผื่อการใช้งานในอนาคต
  • ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการติดตั้ง

การบำรุงรักษาท่อร้อยสายไฟ

1. การตรวจสอบสภาพภายนอกของท่อร้อยสายไฟ

2. ตรวจสอบความแน่นของอุปกรณ์ยึดท่อ

3. ตรวจสอบจุดต่อและข้อต่อท่อ

4. ตรวจสอบกล่องพักสายและจุดดึงสาย

5. ป้องกันความชื้นและน้ำ

6. ตรวจสอบการต่อสายดินของท่อโลหะ

7. ระวังการเพิ่มสายไฟโดยไม่ตรวจสอบขนาดท่อ

8. เปลี่ยนท่อหรืออุปกรณ์ที่ชำรุดทันที

9. บันทึกและวางแผนการบำรุงรักษา


หัวข้อเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ท่อร้อยสายไฟ

ท่อร้อยสายไฟสำหรับงานอุตสาหกรรมหนัก ควรเลือกแบบใด เปรียบเทียบท่อร้อยสายไฟแต่ละชนิดสำหรับงานอุตสาหกรรม


หากสนใจในการสั่งชื้อ สินค้า สามารถเช็คราคาล่าสุดที่ตรงใจและตรงต่อการนำไปใช้งานคุ้มค่ากับงบประมาณโดยการแอดไลน์ได้ที่นี่เลย @northpower หรือ คลิกสอบถามแอดมิน ที่คอยบริการให้ข้อมูลสินค้าช่วยเทียบสเปคสินค้าตั้งแต่ 8:00 - 17:00 แอดได้เลย อย่ารอช้า