ถังแรงดัน หรือ Pressure Tank อุปกรณ์สำคัญในระบบจ่ายน้ำ

ถังแรงดันหรือ Pressure Tank

หลักการทำงานของถังแรงดันหรือ Pressure Tank

ถังแรงดันเป็นอุปกรณ์ในระบบน้ำโดยเฉพาะระบบที่ใช้ปั๊มน้ำเช่นระบบน้ำภายในบ้านอาคารสูงหรือระบบประปาขนาดเล็ก หน้าที่หลักของมันคือ เก็บน้ำภายใต้แรงดัน เพื่อช่วยให้แรงดันน้ำในระบบคงที่ และลดจำนวนครั้งที่ปั๊มน้ำต้องเริ่มทำงานซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของปั๊มได้มากภายในถังแรงดันจะมี “ช่องอากาศ”และ“ช่องน้ำ”แยกออกจากกันโดยมีไดอะแฟรมหรือบลัดเดอร์เป็นตัวกั้นไม่ให้น้ำสัมผัสกับอากาศโดยตรงตอนที่ปั๊มน้ำเริ่มทำงานจะส่งน้ำเข้าสู่ถังแรงดันน้ำจะเข้าไปในถุงบลัดเดอร์ทำให้อากาศที่อยู่รอบนอกถูกบีบอัดจนเกิดแรงดันสูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อน้ำถูกอัดจนแรงดันถึงค่าที่ตั้งไว้ สวิตช์แรงดัน จะสั่งให้ปั๊มหยุดทำงานจากนั้นเมื่อมีการเปิดก๊อกใช้น้ำน้ำในถังแรงดันจะถูกแรงดันของอากาศที่ถูกบีบอัดไว้“ดันออกมา”เพื่อจ่ายเข้าสู่ท่อระบบทำให้ยังคงมีแรงดันน้ำไหลออกมาได้อย่างต่อเนื่องแม้ในขณะ ปั๊มหยุดทำงานเมื่อใช้น้ำไปเรื่อยๆแรงดันในถังจะค่อยๆลดลงจนถึงค่าที่ตั้งไว้ต่ำสุดสวิตช์แรงดันจะสั่ง ให้ปั๊มทำงานอีกครั้ง เพื่อเติมน้ำกลับเข้าไปในถัง แล้ววงจรนี้ก็จะหมุนเวียนซ้ำไปเรื่อย ๆ

ประเภทของถังแรงดันหรือ Pressure Tank

Diaphragm Pressure Tank (ถังไดอะแฟรม)

เป็นถังที่ใช้แผ่นยางไดอะแฟรมแบ่งพื้นที่ภายในถังให้เป็นส่วนของอากาศกับส่วนของน้ำ โดยแผ่นยางจะติดกับผนังถังในลักษณะครึ่งบน–ครึ่งล่าง ทำให้น้ำกับอากาศไม่ผสมกันโดยตรง

  • โครงสร้างแข็งแรง
  • ราคาย่อมเยากว่าแบบ Bladder
  • อากาศรั่วซึมบ้าง แต่ดูแลไม่ยุ่งยาก
Diaphragm Pressure Tank (ถังไดอะแฟรม)

Bladder Pressure Tank (ถังแบล๊ดเดอร์ / ถุงยาง)

ภายในมีถุงยาง Bladder แยกน้ำออกจากอากาศอย่างสมบูรณ์ เมื่อปั๊มน้ำทำงาน น้ำจะเข้าไปในถุง และอากาศด้านนอกถุงจะถูกบีบให้เกิดแรงดัน

  • แรงดันสม่ำเสมอมาก
  • อากาศไม่ผสมกับน้ำ ไม่ต้องเติมลมบ่อย
  • ถุง Bladder เปลี่ยนได้ง่าย
Bladder Pressure Tank (ถังแบล๊ดเดอร์ / ถุงยาง)

Hydro-Pneumatic Tank (ถังเก็บแรงดันแบบลมร่วมกับน้ำ)

เป็นถังแรงดันแบบไม่มีไดอะแฟรมหรือถุงยางภายใน น้ำและอากาศอยู่ร่วมกันในถังเดียวกัน แต่ต้องใช้การควบคุมระดับลมเป็นประจำ เพราะอากาศจะละลายในน้ำเรื่อย ๆ

  • โครงสร้างแบบเรียบง่าย
  • ราคาถูกมาก
  • ตัวถังมีความจุจริงเยอะ
Hydro-Pneumatic Tank (ถังเก็บแรงดันแบบลมร่วมกับน้ำ)

Stainless Steel Pressure Tank (ถังสแตนเลสแบบแรงดัน)

เป็นถังแรงดันที่ทำด้วยวัสดุสแตนเลสทั้งใบ ใช้ในงานที่ต้องการความทนทานสูงและไม่เกิดสนิม สามารถเป็นแบบมีแผ่นยางภายในหรือไม่มีไดอะแฟรมก็ได้

  • แข็งแรง อายุการใช้งานยาว
  • ทำงานได้ดีในระบบที่ต้องการสุขภิบาลความสะอาดสูง เช่น อาหารและยา
Stainless Steel Pressure Tank (ถังสแตนเลสแบบแรงดัน)

Vertical & Horizontal Pressure Tank (แบบตั้งและแบบนอน)

เป็นการแบ่งตามลักษณะการติดตั้ง ไม่ใช่โครงสร้างภายใน โดยทั้งแบบ Diaphragm และ Bladder สามารถผลิตได้ทั้งสองรูปแบบ

  • ประหยัดพื้นที่
  • ระบายแรงดันดี
  • นิยมใช้ในอาคารและบ้านพักอาศัย
Vertical & Horizontal Pressure Tank (แบบตั้งและแบบนอน)

Composite / FRP Pressure Tank (ถังแรงดันไฟเบอร์)

ทำจากวัสดุไฟเบอร์กลาสหรือ Composite ออกแบบให้มีถังแรงดันที่เบา ไม่เป็นสนิม และมักใช้ร่วมกับระบบกรองน้ำ เช่น ระบบ Softener หรือ Carbon Filter

  • น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย
  • ไม่เป็นสนิม
  • เหมาะสำหรับการกรองน้ำทุกประเภท
Composite / FRP Pressure Tank (ถังแรงดันไฟเบอร์)

การเลือกใช้งานถังแรงดันหรือ Pressure Tank

  • เก็บข้อมูลระบบก่อน - ข้อมูลที่ต้องรู้ก่อนเลือกถัง
  • เลือกประเภทถังตามความต้องการใช้งาน
  • ขนาดถังและหลักการคำนวณอย่างปฏิบัติ
  • การเลือกค่าตัด-ต่อแรงดัน
  • วัสดุและการเคลือบผิว - เลือกให้ตรงสภาพงาน
  • ติดตั้งอย่างถูกวิธี - ปัจจัยเชิงปฏิบัติที่ต้องคำนึง
  • บำรุงรักษาและการตรวจเช็กที่ควรทำเป็นประจำ
  • ปัญหาพบบ่อยและการแก้ไขเชิงปฏิบัติ
  • คำแนะนำเชิงปฏิบัติแบบรวบรัด
  • เช็กลิสต์สรุปก่อนสั่งซื้อถัง
ถังแรงดันหรือ Pressure Tank

ประโยชน์ของถังแรงดันหรือ Pressure Tank

1) ลดการสตาร์ท–หยุดของปั๊ม (Reduce Pump Cycling) — เพิ่มอายุการใช้งานปั๊มอย่างชัดเจน

การลดจำนวนครั้งที่ปั๊มต้องสตาร์ทและหยุดปั๊มไฟฟ้าที่ถูกสตาร์ทบ่อยจะมีความร้อนสะสมและ การสึกหรอของชิ้นส่วนกลไกเช่นมอเตอร์เบียร์ริ่งซีลและคอนแทคของสวิตช์ไฟฟ้าทำให้อายุการ ใช้งานของปั๊มลดลงอย่างรวดเร็วโดยการเก็บน้ำสำรองไว้ในถังและจ่ายน้ำเมื่อความต้องการ ปริมาณเล็กน้อยเกิดขึ้น ถังแรงดันช่วยให้ปั๊มต้องทำงานเป็นระยะเวลาน้อยลงแต่เป็นรอบยาวขึ้น ซึ่งเป็นสภาวะที่“เป็นมิตร”กับปั๊มมากกว่าลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมและการเปลี่ยนปั๊มในระยะยาว

2) ทำให้แรงดันน้ำคงที่และการไหลสม่ำเสมอ (Stabilized Pressure & Flow)

ถังแรงดันในระบบเปรียบเสมือนมี“บัฟเฟอร์”ทางแรงดันเมื่อมีการเปิดก๊อกหรือใช้อุปกรณ์หลาย จุดพร้อมกันแทนที่แรงดันจะตกทันทีปริมาณน้ำที่เก็บในถังจะช่วยรักษาแรงดันให้คงที่ในระดับ หนึ่งทำให้การใช้งานจริงรู้สึกว่าแรงดันสม่ำเสมอและไม่กระโชกโฮกฮากการไหลที่นิ่งขึ้นยังช่วยให้ อุปกรณ์ต่อพ่วงเช่นเครื่องซักผ้าเครื่องทำน้ำอุ่นหรือหัวฝักบัวทำงานได้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3) สำรองน้ำฉุกเฉิน (On-demand Water Reserve)

ถังแรงดันทำหน้าที่เก็บน้ำสำรองที่มีแรงดันพร้อมใช้ได้ทันที ซึ่งมีประโยชน์ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ปั๊มหยุดชั่วคราว ไฟดับ ระหว่างรอปั๊มสตาร์ทใหม่ หรือช่วงแรงดันจากแหล่งจ่ายไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในอาคารที่มีการใช้น้ำมากหรือในพื้นที่ที่แหล่งจ่ายน้ำภายนอกไม่แน่นอน ถังแรงดันช่วย ให้ผู้ใช้งานยังคงสามารถใช้ก๊อกน้ำได้ไม่สะดุดในช่วงสั้น ๆ

4) ลดแรงกระชากและป้องกัน Water Hammer (Mitigate Water Hammer Effects)

ถังแรงดันที่ทำหน้าที่เป็นบัฟเฟอร์แรงดันสามารถชดเชยการเปลี่ยนแปลงความดันฉับพลันได้บาง ส่วน โดยการให้ปริมาตรน้ำ-อากาศขยายหรือหดตัวตามความต้องการ ช่วยลดแรงกระแทกและลด ความเสี่ยงของความเสียหายในระบบท่อ

5) ประหยัดพลังงานในระยะยาว (Energy Efficiency & Operating Cost Savings)

ถังแรงดันทำให้ปั๊มไม่ต้องเริ่มการทำงานบ่อยๆการสตาร์ทมอเตอร์ใช้พลังงานจัมป์สูงและทำให้ เกิดความสูญเสียพลังงานถ้าลดจำนวนการสตาร์ทลงได้จะช่วยลดพลังงานที่ใช้โดยรวมและค่า ไฟฟ้าที่ตามมาได้นอกจากนี้การที่ปั๊มได้ทำงานแบบต่อเนื่องในรอบที่ยาวขึ้นยังทำให้ประสิทธิภาพ การทำงานของปั๊มอยู่ในช่วงที่เหมาะสม ลดภาระการซ่อมบำรุง และลดความถี่การเปลี่ยนอุปกรณ์ จึงส่งผลทางการเงินในระยะยาว

6) ลดเสียงและการสั่นสะเทือน (Noise & Vibration Reduction)

ปั๊มที่สตาร์ท–หยุดบ่อยจะสร้างเสียงและแรงสั่นสะเทือนที่รบกวน โดยเฉพาะในบ้านพักอาศัยและ อาคารพาณิชย์ ถังแรงดันช่วยลดการสตาร์ทของปั๊ม ทำให้การทำงานเงียบขึ้นและแรงสั่นสะเทือน ต่ำลง ซึ่งส่งผลให้สภาพแวดล้อมในอาคารน่าอยู่อาศัยขึ้น และลดการเกิดปัญหาเกี่ยวกับโครง สร้างหรือการโยนแรงไปยังท่อและอุปกรณ์อื่น ๆ

การบำรุงรักษาและตรวจสอบถังแรงดันหรือ Pressure Tank

หมวดตรวจสอบ รายการตรวจสอบ รายละเอียด/สิ่งที่ต้องทำ
1. การตรวจสอบภายนอกถังแรงดัน ตรวจสอบความเสียหายหรือรอยรั่ว ตรวจดูรอยบุบ รอยแตก สนิม หรือรอยรั่ว หากพบควรซ่อมหรือเปลี่ยนทันที เพราะเสี่ยงต่อการระเบิด
ตรวจสอบข้อต่อและวาล์ว เช็กความแน่นของข้อต่อ และตรวจสอบความสมบูรณ์ของ Pressure Relief Valve หากรั่วหรือเสียหายต้องเปลี่ยน
ตรวจสอบสีและการเคลือบ หากผิวเคลือบหลุดหรือเป็นสนิม ควรซ่อมสีหรือเคลือบใหม่เพื่อป้องกันการกัดกร่อน
2. การตรวจสอบภายในถังแรงดัน ระบายของเหลวและล้างถัง ปิดวาล์ว ระบายของเหลวออก และล้างคราบตะกอนหรือสิ่งตกค้าง
ตรวจสอบ Bladder / Diaphragm ตรวจหารอยฉีกขาด รั่ว หรือเสื่อมสภาพ ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพของถัง
ตรวจสอบการกัดกร่อนภายใน ใช้ไฟฉายส่องดูสนิมหรือรูรั่ว หากพบต้องทำความสะอาดและเคลือบป้องกัน
3. ตรวจสอบแรงดันและระบบการทำงาน ตรวจสอบแรงดันอากาศในถัง ใช้ Pressure Gauge ตรวจสอบค่าแรงดันตามสเปก เติมลมหรือปล่อยลมตามความเหมาะสม
ตรวจสอบ Pressure Switch ตรวจสอบว่าปั๊มเปิด-ปิดถูกต้องตามช่วงแรงดัน
ทดสอบ Pressure Relief Valve เปิดวาล์วเพื่อตรวจสอบการปล่อยแรงดัน หากติดขัดต้องเปลี่ยนใหม่
4. การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ล้างถังเป็นประจำ ควรล้างอย่างน้อยปีละครั้ง หรือถี่กว่านั้นหากใช้งานหนัก
เติมลมอย่างเหมาะสม ตรวจแรงดันลมทุก 3–6 เดือน สำหรับถังชนิด Bladder/Diaphragm
ตรวจสอบรอยรั่ว/การกัดกร่อน ใช้น้ำยาป้องกันสนิมหรือเคลือบถังเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
ติดตั้งถังในตำแหน่งที่เหมาะสม ตั้งบนพื้นที่เรียบ แข็งแรง หลีกเลี่ยงความร้อนและแรงกระแทก
5. การบันทึกและติดตาม บันทึกการตรวจสอบ จดวันที่ตรวจเช็ก ปัญหาที่พบ และรายการซ่อม/เปลี่ยน
ติดตามอายุการใช้งาน ถังแรงดันมีอายุเฉลี่ย 5–15 ปี ควรติดตามเพื่อป้องกันอันตรายจากการเสื่อมสภาพ

ขาย ถังแรงดันหรือ Pressure Tank ราคาถูก

ข้อดีของการซื้อ ถังแรงดันหรือ Pressure Tank กับบริษัทนอร์ทพาวเวอร์

ลูกค้าจะได้สินค้าของแท้ ตรงตามโมลเดลที่ต้องการคุ้มค่าในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและ ลดต้นทุนการดำเนินงานในโรงงานของลูกค้า หากสนใจในการสั่งชื้อ ถังแรงดันหรือ Pressure Tank สามารถเช็คราคาล่าสุดที่ตรงใจและตรงต่อการนำไปใช้งานคุ้มค่ากับงบประมาณโดยการแอดไลน์ได้ที่นี่เลย @northpower หรือ คลิกสอบถามแอดมิน ที่คอยบริการให้ข้อมูลสินค้าช่วยเทียบสเปคสินค้าตั้งแต่ 8:00 - 17:00 แอดได้เลย อย่ารอช้า